จากอาการหัวร้อนบนท้องถนน

详细摘要
โตมร ศุขปรีชา ชวนสำรวจปรากฏการณ์ Road Rage หรืออาการหัวร้อนหลังพวงมาลัย ที่อาจไม่ได้เกิดจากนิสัยส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนสังคมที่ยกย่องความเร็ว ประสิทธิภาพ และผลิตภาพ จนการเสียเวลาเพียงไม่กี่นาทีกลายเป็นเรื่องที่ทนไม่ได้ แล้วความโกรธบนท้องถนนมีรากเดียวกับความโกรธในชีวิตประจำวันหรือไม่ และเรากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Rage Society หรือเปล่า
หลายคนต้องชั่งใจก่อนบีบแตร เพราะข่าวอาการ ‘หัวร้อน’ บนท้องถนนบอกเราว่า บางครั้งแค่บีบแตรใส่อีกฝ่ายที่กำลังทำผิดกฎจราจรอยู่นั้น – อาจมีความหมายเท่ากับชีวิต!
ในภาษาอังกฤษ อาการ ‘หัวร้อน’ เวลาขับรถ เขาเรียกว่า Road Rage ซึ่งคำนี้เกิดขึ้นจากนักจิตวิทยาคนหนึ่งที่ชื่อว่า ลีออน เจมส์ (Leon James) ซึ่งจริงๆ เขาได้ฉายาว่าเป็น Dr. Driving แต่เขาไม่ได้เป็นด็อกเตอร์ด้านการขับรถนะครับ เขาเป็นนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวาย ที่บุกเบิกการศึกษาศาสตร์ที่เรียกว่า Traffic Psychology หรือ ‘จิตวิทยาการขับรถ’ โดยเฉพาะพฤติกรรมก้าวร้าวบนท้องถนน (Aggressive Driving) และอาการ ‘หัวร้อน’ ขณะขับรถ…
โดยทั่วไป เรามักจะมองว่า พวกหัวร้อนเวลาขับรถหรือก่อควาามรุนแรงบนท้องถนน เป็น ‘นิสัย’ ส่วนตัว หรือบางคนใช้คำที่สะใจหน่อยก็ต้องบอกว่าเป็น ‘สันดาน’ ของคนคนนั้น แต่ลีออน เจมส์ กลับมองอีกแบบ เขามองว่า Road Rage เป็นปัญหาทางวัฒนธรรมมากกว่าปัญหาของ ‘คนอารมณ์ร้าย’ เป็นรายบุคคล เพราะเป็นไปได้ที่สังคมอาจยอมรับให้ ‘พฤติกรรมก้าวร้าว’…
文章开头,摘自The 101 World。如需阅读全文,请前往媒体网站。
MarketNews 仅展示媒体发布的标题和摘要,全文请在出版方网站阅读。 (www.the101.world)





